หอศิลปและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยนเรศวร

พบกับผลงานศิลปกว่าร้อยชิ้นของศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย อาทิ สวัสดิ์ ตันติสุข พูน เกษจำรัส ประยูร อุลุชาฎะ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ประเทือง เอมเจริญ และชวลิต เสริมปรุงสุข เป็นต้น และยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับ วิถีชุมชนภาคเหนือตอนล่าง จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องมือทำมาหากินต่างๆ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา Continue reading →

น้ำตกวังสายทอง

ตื่นตากับความงามของหินปูนรูปทรงชวนพิศวงที่อยู่ตามแอ่งน้ำแต่ละชั้นของสายน้ำตกแห่งนี้ และเป็นน้ำตกที่ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยต้นน้ำของน้ำตกวังสายทองนั้น เกิดจากคลองวังน้อยสายน้ำเกิดจากการทะลักของน้ำในถ้ำใต้ภูเขาไหลออกมาตามช่องเขาลงสู่แอ่งน้ำต่าง ๆ ที่รองรับด้านล่างลักษณะเป็นชั้น ๆ Continue reading →

ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก (เตาทุเรียง)

ที่นี่เป็นนิคมอุตสาหกรรมโบราณของเมืองศรีสัชนาลัยที่มีการขุดพบเตาเผาเครื่องถ้วยสังคโลกกว่า 500 เตา ในระยะทางยาวถึง 1 กิโลเมตร โดยเครื่องสังคโลกที่ค้นพบนั้น มีทั้งในภาพสมบูรณ์และแตกหักจำนวนมาก ลักษณะเตาเผาเป็นรูปยาวรีคล้ายประทุนเรือจ้าง มีความยาวประมาณ 7-8 เมตร วัตถุโบราณเหล่านี้ได้ถูกนำไป เก็บไว้ในศูนย์ศึกษาฯ ที่ประกอบด้วยอาคารสองหลังซึ่งสร้างครอบเตาเอาไว้ Continue reading →

พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์

สักการะพระสถูปเจดีย์ที่ประชาชนร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าครั้งหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยเสด็จมาประทับแรมที่เมืองงายแห่งนี้ ก่อนกรีฑาทัพต่อไปยังเมืองอังวะของพม่าเมื่อปี พ.ศ.2147 Continue reading →

หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธาราม

หลวงพ่อพระใหญ่อันประดิษฐาน ณ ที่วัดโพธารามแห่งนี้ นับเป็นหลวงพ่อคู่บ้านคู่เมืองของชาวบึงกาฬมาแต่ช้านาน หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธารามตั้งอยู่ที่วัดโพธาราม บ้านท่าใคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยโบกฉาบด้วยปูน สูงประมาณ 2 เมตรหน้าตักกว้าง 2 เมตรจากพระฌานุ(เข่า) ถึงพระศอ (คอ) สูง 0.90 เมตร
พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนหน้าตัก พระหัตถ์ขวาคว่ำวางทับพระฌานุ นิ้วพระหัตถ์ทั้ง 5 เหยียดลงอย่างมีระเบียบเหมือนพระพุทธรูปทั่วๆ ไปประดิษฐานบนแท่น 4 เหลี่ยม ซึ่งได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี 2537 นี้ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองบึงกาฬที่ตั้งโบราณ ชาวบึงกาฬจัดงานสมโภชช่วงวันเพ็ญเดือน 3 และช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามตำนานและคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่หลายรุ่น หลายสมัยเล่าสืบต่อกันมาประมาณสองพันกว่าปีมาแล้ว จนถึงยุคสมัยหลังๆ ซึ่งแต่ก่อนคนเหล่านี้ส่วนมากได้อพยพครอบครัวมาจากเมืองยศ ซึ่งในปัจจุบันก็คือจังหวัดยโสธร มาตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำโขงและร่นขึ้นมาทางเขตชัยบุรี หรืออำเภอบึงกาฬในปัจจุบัน การตั้งถิ่นฐานอยู่นั้นก็เหมือนกันทุกยุคทุกสมัย คือที่ใดไม่เหมาะสมในการดำรงชีวิต ต้องประสบกับภัย และมีการระบาดของโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอหิวา โรคไข้ฝีดาด ถูกรบกวนจากสัตว์ร้ายหรือภูตผีปีศาจต่างๆ ก็พากันหลบหนีภัยย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่เหมาะสมต่อไป ชนกลุ่มนี้ก็เหมือนกันย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่เหมาะสม จนถึงบ้านท่าใคร้ในปัจจุบัน เมื่อเห็นเป็นที่เหมาะสมดีก็ตกลงใจกันตั้งหลักฐานที่จะหากินในบริเวณนี้จากนั้นต่างก็จับจองพื้นที่หากินแล้วเริ่มขยายอาณาบริเวณไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณที่รกทึบที่สุดเป็นป่าดงดิบ มีไม้นานาพันธุ์ เช่น ไม้ยาง ไม้ตะแบก ไม้สัก ไม้ไผ่ป่า ขี้นอยู่อย่างหนาแน่นและเต็มไปด้วยสัตว์ป่าหลายชนิด ที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นป่ารกทึบมากชาวบ้านที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่รอบๆ จึงได้ร่วมกันในการถากถางเพื่อจะได้มีพื้นที่มากขึ้น หลังจากที่ได้ทำการถากถางอยู่เป็นเวลาหลายวันก็พบพุ่มไม้ที่สูงและหนากว่าที่อื่นๆ เมื่อถางป่าดังกล่าวออกก็พบพระพุทธรูปเดิมที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์พันรอบองค์อยู่ จึงได้นำเถาวัลย์ออก แล้วปัดกวาดบริเวณรอบๆ ก็พบว่าพระเกตุมาลาของหลวงพ่อหักเพราะถูกช้างป่ากระชากเถาวัลย์ลงมาเพื่อหากินตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเห็นเป็นรูปร่างของสถานที่บำเพ็ญบุญ หรือสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา
Continue reading →

สวนสัตว์สงขลา

เพลิดเพลินไปกับความน่ารักของสัตว์นานาชนิดภายในสวนสัตว์แห่งแรกของภาคใต้ ท่ามกลางขุนเขา และโอบล้อมด้วยทะเลสาบสงขลา ซึ่งได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2541 ปัจจุบันมีสัตว์ต่าง ๆ ให้ประชาชนชาวจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงได้ชม พร้อมกับมีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองสงขลาที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

ไฮไลต์ในสวนสัตว์
• ส่วนจัดแสดงสัตว์เท้ากีบ จัดแสดงสัตว์หลากหลายชนิด ได้แก่ กวางชนิดต่าง ๆ เช่น กวางดาว ละมั่ง (ละอง) กวางป่า เก้งแดง เก้งหม้อ กระจง เลียงผา วัวแดง กระทิง และในโซนนี้ได้จัดแสดงสัตว์ที่มีน้ำหนักตัวมาก ๆ ไว้ด้วย คือ สถานที่จัดแสดงช้าง และสถานที่จัดแสดงฮิปโปโปเตมัส
• ส่วนจัดแสดงสัตว์ปีก จัดแสดงสัตว์ปีกทั้งในและต่างประเทศตระกูลนกแก้ว นกมาคอว์ นกน้ำ นกเงือกไก่ฟ้า และนกสวยงามหลากหลายชนิดที่หาดูได้ยาก สำหรับนกเงือกนั้นในเมืองไทยมีสายพันธุ์อยู่ 13 ชนิด ที่สวนสัตว์สงขลามีจัดแสดงอยู่ 6 ชนิด
• ศูนย์เสือ ประกอบด้วยเสือชนิดต่าง ๆ เช่น เสือโคร่งพันธุ์เบงกอล เสือโคร่งพันธุ์อินโดจีน เสือจากัวร์ดำ เสือดาว เสือลายเมฆ และสัตว์ตระกูลเสืออีกหลาย ๆ ชนิดที่หาดูได้ยาก และจากศูนย์เสือขึ้นไปประมาณ 100 เมตร เป็นสถานที่จัดแสดงหมี
• ส่วนจัดแสดงสัตว์ประเภทลิง จัดแสดงลิงชิมแพนซี ลิงอุรังอุตัง ลิงไทยชนิดต่าง ๆ ค่าง ชะนี ฯลฯ
• ส่วนจัดแสดงและขยายพันธุ์สมเสร็จ จัดขึ้นตามนโยบายขององค์การสวนสัตว์ ได้ให้สวนสัตว์สงขลาเป็นสถานที่อนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ โดยเฉพาะสัตว์ป่าสงวนของไทยมีทั้งหมด 15 ชนิด ขณะนี้สวนสัตว์สงขลามีสัตว์ป่าสงวนของไทยจำนวน 4 ชนิด ด้วยกัน คือ ละมั่ง (ละอง) เลียงผา เก้งหม้อ และสมเสร็จ
• สวนน้ำขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ สามารถชมวิวจังหวัดสงขลาได้แบบพานอรามา ภายในสวนน้ำมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สไลเดอร์ อ่างน้ำวน มีร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ที่นี่เปิดทุกวันเวลา 10.30-17.30 น.
Continue reading →

ศูนย์ส่งเสริมหัตถกรรมเครื่องเงินชาวเขา

เมื่อศิลปะจากน้ำมือชาวเขา คือความละเมียดละไมที่กลั่นมาจากวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิต ที่นี่จึงเป็นแหล่งจำหน่ายเครื่องเงินฝีมือชาวเขาเผ่าเย้า เช่น สร้อยคอ ต่างหู แหวน และกำไล ให้ทุกคนได้เลือกซื้อหาตามใจชอบ และยังสามารถชมวิธีการทำเครื่องเงินจากชาวเขาที่ศูนย์ส่งเสริมหัตถกรรมเครื่องเงินชาวเขาแห่งนี้ได้อีกด้วย
เดินทางอย่างไร
Continue reading →

วัดใหญ่สว่างอารมณ์

ใครชอบเที่ยวตลาดน้ำคงรู้จัก “วัดใหญ่สว่างอารมณ์” เป็นอย่างดีเพราะเป็นอีกหนึ่งตลาดน้ำที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ และมีของขายมากมาย สมัยก่อนเรียกวัดน้อยเพราะตั้งอยู่ริมคลองบางน้อยสร้างราวพ.ศ. 1963 ต่อมาย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันและเปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ยิ่งจนเมื่อปีพ.ศ.2463 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้เสด็จมาประทับณตำหนักชั่วคราวที่ข้าหลวงประจำจังหวัดสร้างถวายทรงมีพระอารมณ์ผ่องใสสุขภาพและพลานามัยดีขึ้นจึงขนานนามใหม่ว่าวัดใหญ่สว่างอารมณ์ที่วัดแห่งนี้มีประชาชนนิยมมากราบสักการะพระประธานในอุโบสถซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิศิลปะสมัยสุโขทัยรวมถึงให้อาหารปลาที่ริมน้ำหน้าวัด หากมาวันเสาร์-อาทิตย์ช่วงเวลา 09.30-14.30 น. จะได้เที่ยวชมบรรยากาศตลาดริมน้ำและเลือกซื้อสินค้าอาหารจากกลุ่มแม่บ้านกันอย่างเพลินใจหรือจะล่องเรือไหว้พระริมแม่น้ำรอบเกาะเกร็ดก็มีบริการ
Continue reading →

วัดป่าพระธาตุเขาน้อย

สักการะพระเจดีย์อัฐิธาตุหลวงปู่เทสก์ พร้อมกับชมวิวพาโนรามาที่มองได้รอบทิศทาง 360 องศาจนถึงเทือกเขาตะนาวศรี สำหรับผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม ภายในวัดยังมีสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดราชบุรี (ธรรมยุต) แห่งที่ 4 โดยมีพระครูภาวนาสุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าพระธาตุเขาน้อยเป็นเจ้าสำนักตามประกาศของมหาเถรสมาคม กล่าวกันว่า วัดเคยเป็นสถานปฏิบัติธรรมซึ่งหลวงพ่อปิ่น ชลิโต ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่ได้เดินทางธุดงค์มาพักปฏิบัติธรรมที่นี่ แล้วเห็นว่าเป็นที่สัปปายะเหมาะสำหรับกัมมฐาน จึงได้สร้างสำนักสงฆ์ขึ้นมา และมีพระสงฆ์จากทุกสารทิศธุดงมาปฏิบัติธรรมที่นี่อยู่เสมอ จนกระทั่งพระอาจารย์สีทน (วัดถ้ำผาปู จังหวัดเลย) ได้มาปฏิบัติธรรม ท่านได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านว่าเห็นแสงสว่างพุ่งขึ้นจากยอดเขา ในวันพระขึ้น 15 ค่ำ ท่านจึงชวนชาวบ้านขึ้นไปสำรวจแล้วได้พบก้อนหินประกอบกันเป็นรูปเจดีย์ จึงช่วยกันเปิดก้อนหินนั้นดูและพบพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในพาน และต่อมาได้มีการนำอัฐิหลวงปู่เทสก์ มาบรรจุในเจดีย์นี้ด้วย นับแต่นั้นมาก็มีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเดินทางมาสักการะเจดีย์องค์นี้อยู่เสมอ
Continue reading →

วัดถ้ำป่าอาชาทอง

จากเอกลักษณ์ของการขี่ม้าบิณฑบาตรของพระครูบาเหนือชัย โฆสิโต เจ้าอาวาสวัดถ้ำป่าอาชาทอง ทำให้ท่านเป็นที่กล่าวขานในหมู่ชาวบ้านที่เลื่อมใส ชื่อของท่านจึงเริ่มเป็นที่รู้จักและเพราะความพิเศษ ไม่เหมือนใครเช่นนี้นี่เอง วัดถ้ำป่าอาชาทอง จึงกลายเป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ที่นักท่องเที่ยว ต้องแวะมาชมเมื่อมาเยือนเชียงราย และการขี่ม้าบิณฑบาตรได้กลายเป็นวัตรปฏิบัติของภิกษุสงฆ์ประจำวัดแห่งนี้ ซึ่งทุกเช้าเหล่าภิกษุจากวัดถ้ำป่าอาชาทองจะนั่งบนหลังม้าอย่างสง่างาม เดินทางมารับบาตรจากชาวบ้าน ในหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลหลายกิโลเมตร ทั้งยังมีเส้นทางเป็นภูเขาสูงที่ทำให้การเดินทางยากลำบาก แต่การขี่ม้าก็สามารถนำพาไปได้ทุกที่
Continue reading →