พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

ประวัติศาสตร์เป็นดั่งเข็มทิศและหางเสือของอนาคต และศิลปะคือเครื่องกล่อมเกลาจิตใจให้สมดุลในโลกอันก้าวหน้าด้วยวิทยาศาสตร์ เป็นปรัชญาในการริเริ่มอภิมหาโปรเจ็กต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก ประติมากรรมรูปช้างสามเศียรบริเวณทางเข้าเมืองปากน้ำของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งวิริยะประกันภัยซึ่งสร้างเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการและปราสาทสัจธรรมที่จังหวัดชลบุรีให้เป็นที่โจษจันกันมาแล้ว

ช้างเอราวัณในวรรณคดีไทยเป็นช้าง 33 เศียร แต่ด้วยความสลับซับซ้อนทางโครงสร้าง ประติมากรรมลอยตัวที่ประกอบสร้างจากแผ่นทองแดงนับแสนชิ้นโดยใช้วิธีเคาะมือแห่งแรกและมีขนาดที่สุดในโลกชิ้นนี้ จึงลดทอนเหลือเพียงรูปช้างสามเศียร เฉพาะส่วนหัวมีน้ำหนักถึง 100 ตัน ลำตัวหนัก 150 ตัน ตั้งตระหง่านเหนืออาคารทรงกลมรวมความสูงจากพื้นอาคารจนเศียรช้าง 43.60 เมตร หรือราวๆตึกสูง 14-17 ชั้น ด้วยสีดำทะมึนและขนาดใหญ่มหึมา จึงเป็นที่ครั่นคร้ามเมื่อได้พบเห็นทั้งจากพื้นดินและทางอากาศ นอกจากขนาดของตัวช้างแล้ว ภายในอาคารยังรวบรวมโบราณวัตถุ งานประณีตศิลป์และวิจิตรศิลป์แห่งศิลปะไทยเป็นคอลเล็กชั่นขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน แบ่งเป็น 3 ชั้นตามไตรภูมิ ได้แก่ สุวรรณภูมิ อยู่ชั้นใต้ดิน แสดงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์และเก็บโบราณวัตถุต่างๆ ส่วนกลางคือชั้นโลก เป็นอาคารทรงโดมประหนึ่งทางเข้าพระสุเมรุ ผสมผสานศิลปะตะวันตกและงานฝีมือช่างศิลป์จากทั่วประเทศ เช่น เพดานกระจกสีรูปแผนที่โลกสไตล์ตะวันตก เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสีของช่างเมืองนครศรีธรรมราช และรูปปั้นคนธรรพ์กับพญานาคของช่างเมืองเพชรสุดท้ายคือชั้นจักรวาล ที่อยู่ชั้นบนสุดภายในท้องช้าง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปจากหลากยุคหลายสมัย ตกแต่งภาพจิตรกรรมสีฝุ่นบนเพดานบอกเล่าเรื่องราวของระบบสุริยจักรวาลและบนเนื้อที่ 12 ไร่ผืนนี้ ยังตกแต่งเป็นสวนป่าหิมพานต์ ซึ่งขลังด้วยงานประติมากรรมลอยตัวจากวรรณคดีไทยแทรกอยู่ในพฤกษชาติหายากจากทั่วประเทศ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand